โพล : ประชาชน คิดอย่างไร? กรณี ฝ่ายค้านเตรียม   

เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล (จำนวน 2 แผ่น)

  * ส่งข่าววันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553

 

ฝ่ายข่าวการเมือง

        จาก รศ.ดร. สุขุม   เฉลยทรัพย์

        โทร.081-939-4692 ,02-6689342

          http://www.dusitpoll.ac.th

 
                                                                                                    สวนดุสิตโพล

 

 

 

 

ประชาชน คิดอย่างไร? กรณี ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

 

                       

                จากที่ฝ่ายค้านเดินหน้าการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยื่นให้ที่ประชุมพรรคในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนเรื่องกรอบเวลาในการยื่นญัตติขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ในขณะที่กระแสการดึงคนนอกพรรคเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสร้างความไม่พอใจให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม พร้อมแจงว่าหากมีการเสนอชื่อคนนอกพรรคตนก็จะไม่ขออภิปราย ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองพรรคฝ่ายค้านว่าจะยุติเรื่องนี้อย่างไร  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ กรณี ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล  จำนวน 3,042 คน ระหว่างวันที่ 15-20 กุมภาพันธ์ 2553   สรุปผลได้ดังนี้

 

1. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฝ่ายค้านต้องมี “นายกรัฐมนตรีเงา” ประชาชนเห็นว่าควรเป็นใคร?

อันดับ 1

ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง

46.71%

 

เพราะ  มีความเป็นผู้นำ มีบทบาททางการเมืองสูง ลูกล่อลูกชนดี มีบารมีและเป็นนักการเมืองระดับแนวหน้าของประเทศ ฯลฯ

อันดับ 2

พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ

37.28%

 

เพราะ  เคยเป็นนายกรมต.มาก่อน  มีทั้งวัยวุฒิ/คุณวุฒิที่เหมาะสม ,นักการเมืองส่วนใหญ่ให้ความเคารพ นับถือ มีประสบการณ์สูง ฯลฯ

อันดับ 3

นายมิ่งขวัญ   แสงสุวรรณ์

11.20%

 

เพราะ  เป็นคนตรงไปตรงมา ใจเย็น มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร ทำงานเป็นระบบ ฯลฯ

อื่นๆ เช่น

พล.ต.อ ประชา พรหมนอก ,พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์,

 4.81%

 

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ,พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ,นายวิทยา บุรณศิริ ฯลฯ

 

 

2. ความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยจะทำให้มีผลต่อการอภิปรายมีน้ำหนักน้อยลงหรือไม่?

อันดับ 1

ไม่แน่ใจ

44.45%

 

 

เพราะ  ฝ่ายค้านมีนักการเมืองที่เก่ง ฝีมือดีหลายคน อาจคัดเลือกให้มาเป็นผู้อภิปรายหลัก , ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหลักฐานที่จะนำมาใช้ประกอบการอภิปรายมากกว่า ฯลฯ

อันดับ 2

น้อยลง

35.89%

 

 

เพราะ  ภาพลักษณ์ภายในพรรคขณะนี้มีแต่ความขัดแย้งแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ,ขาดความน่าเชื่อถือ  ฯลฯ

 

อันดับ 3

ไม่น้อยลง

19.66%

 

 

เพราะ  เป็นคนละเรื่องกัน  เป็นเรื่องภายในพรรค ส่วนการอภิปรายเป็นการพูดถึงการทำงานของรัฐบาล ฯลฯ

 

 

 

3. ณ วันนี้ ถ้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนคิดว่าก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน

อันดับ 1

พอๆกัน

48.53%

 

 

เพราะ  ต่างฝ่ายต่างมีจุดอ่อนพอๆกัน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายใน เรื่องอำนาจ  ผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใคร ฯลฯ

อันดับ 2

ผลดีมากกว่า

32.18%

 

 

เพราะ เป็นจังหวะดีที่การอภิปรายครั้งนี้จะหยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหาที่สังคมให้ความสนใจขึ้นมาอภิปราย ,ประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3

ผลเสียมากกว่า

19.29%

 

 

เพราะ ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะนำข้อมูลของแต่ละฝ่ายมาแฉเพื่อลดความน่าเชื่อถือ ,เหมือนดูปาหี่ทางการเมือง ฯลฯ

 

 

 

4. ประเด็นที่ฝ่ายค้านน่าจะอภิปรายรัฐบาล คือ

อันดับ 1

การทุจริตโครงการต่างๆ เช่น ไทยเข้มแข็ง ต้นกล้าอาชีพ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

29.30%

อันดับ 2

คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

22.03%

อันดับ 3

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ /กู้เงิน

20.17%

อันดับ 4

การบริหารงานของรัฐบาล

16.82%

อันดับ 5

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

11.68%

 

 

5. ใคร ? คือผู้ที่สมควรจะเป็นแกนนำฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

อันดับ 1

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

63.51%

 

เพราะ  ฝีปากกล้า การอภิปรายน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ มีการเตรียมข้อมูลเป็นอย่างดี, ประสบการณ์สูง ฯลฯ

อันดับ 2

พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ

20.83%

 

เพราะ   มีความอาวุโส พูดจานุ่มนวล สุภาพ ประนีประนอม เคยเป็นอดีตนายกฯ มาก่อน, อ่านเกมออก ฯลฯ

อันดับ 3

นายมิ่งขวัญ   แสงสุวรรณ์

15.66%

 

เพราะ  มีภาพลักษณ์เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ น่าจะวางแผนการอภิปรายได้ดี ฯลฯ

 

 

6. ใคร ? ในรัฐบาลที่น่าจะเป็นผู้ตอบอภิปรายฝ่ายค้านได้ดี

อันดับ 1

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

72.70%

 

เพราะ  เป็นหัวหน้ารัฐบาล สามารถชี้แจงข้อมูลและควบคุมอารมณ์ได้ดี ,เป็นผู้ที่ฝ่ายค้านอยากให้พูดอภิปราย ฯลฯ

อันดับ 2

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

17.56%

 

เพราะ  เป็นเหมือนแม่บ้านประจำพรรค รู้ความเป็นไปภายในพรรคทุกเรื่อง มีความอาวุโส ฯลฯ

อันดับ 3

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี

 9.74%

 

เพราะ  มีสไตล์การพูดที่น่าสนใจ มีสีสัน มีความรู้ความสามารถดี  มีประสบการณ์สูง ฯลฯ

 

 

7. ผลจากการตัดสินคดียึดทรัพย์จะมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร?

อันดับ 1

ไม่มีผลทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ

79.58%

 

 

เพราะ  ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการพิจารณาของศาล ฯลฯ

 

อันดับ 2

ทำให้รัฐบาลได้เปรียบ

14.74%

 

 

เพราะ สถานการณ์ของฝ่ายค้านในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ขาดผู้นำและมีความแตกแยกภายในพรรคสูง ไม่สามารถผนึกกำลังสู้รัฐบาลได้ ฯลฯ

อันดับ 3

ทำให้ฝ่ายค้านได้เปรียบ

 5.68%

 

 

เพราะ  ประชาชนบางกลุ่มเห็นว่ารัฐบาลใช้ระบบ 2 มาตรฐาน กลั่นแกล้งฝ่ายค้านมากเกินไป ฯลฯ

 

สวนดุสิตโพล